สมุนไพรสำหรับเด็ก
หัวโนและแผลเป็นที่ศรีษะ
โดยทั่วไปมักจะรีบไปหายาหม่องมาทาถูทาถู โดยเข้าใจว่าจะช่วยให้อาการหัวโนยุบลงได้ ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะยาหม่องเมื่อทาแล้วจะร้อนทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นขยายตัว มีผลให้เกิดอาการบวมแดงและอักเสบมากขึ้นให้เอาดินสอพองหรือแป้งสำหรับทาตัวเด็กผสมกับน้ำมะนาว ให้พอแหลก พอกตรงบริเวณ ที่โน ปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงจึงเปลี่ยนยา ถ้ารีบทำตอนที่หัวโนใหม่ ๆ จะเห็นผลชัดมาก สำหรับเด็กคนใดที่เป็นแผลเป็นที่ศีรษะแล้วผมไม่ขึ้น ลองใช้ดอกอัญชัญสดขยี้ทาบริเวณแผลเป็น วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หรืออีกขนานหนึ่งใช้หัวสิงสดหั่นเป็นแว่นบาง ๆ ทาถูบริเวณที่เป็นแผลเป็นวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ประมาณ 7 ถึง 10 วันผมจะเริ่มขึ้น
การให้ยาลดไข้เด็กเล็กบ่อย ๆ เป็นเรื่องที่ควรระวัง เพราะเด็กเล็ก(2เดือน)อวัยวะพวกตับ ไต ยังทำหน้าที่ได้ไม่ดี อาจเกิดการคั่งของยาเป็นพิษต่อตับได้
สมุนไพรที่ช่วยลดไข้เด็กเล็กๆ คือ ฟักเขียว
ใช้ไส้ฟักเขียวเอาเมล็ดออกพอกที่หน้าผากหรือบริเวณที่ร้อนจัด ถ้าเป็นเด็กที่กินนมผสม ให้ใช้ฟักเขียวส่วนที่ติดกับขั้วมีก้านด้วยนิดหน่อย ยาวประมาณ 3 นิ้วฟุต ปอกเปลือกต้มน้ำจนฟักสุก เอาน้ำต้มฟักมาชงนมให้เด็กกิน
อีกขนานหนึ่ง ให้เด็ดเอายอดอ่อนของต้นพุทราประมาณ 1 กำมือใส่ในถ้วย ให้ใช้ใบอ่อนหรือยอดจึงจะมีฟอง เอายอดอ่อนนี้มาขยี้พอแหลกผสมน้ำสะอาดพอสมควร นำน้ำที่ได้มาชโลมให้ทั่วศรีษะและตามลำตัว ถ้าความร้อนยังไม่ทุเลาให้ทำซ้ำอีก แต่ต้องคอยให้น้ำยาที่ชโลมครั้งแรกแห้งเสียก่อน ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง อาการตัวร้อนจะค่อยเย็นลงจนหายเป็นปกติดี
เป็นหวัด คัดจมูก
ต้มน้ำให้เดือดในหม้อขนาดกลาง เอาหัวหอมเล็ก 1 กำมือ โขลกพอแหลกใส่ลงไป ปิดฝาหม้อต้มให้เดือดต่อไปอีก 5 นาที ยกหม้อลงเอาผ้าคลุมหัวและหม้อเอาไว้ ค่อย ๆ ปิดฝาหม้อ สูดเอาไอน้ำ จนกระทั่งหมดไอ ควรหลับตาขณะสูดไอน้ำเพราะถ้าไอน้ำเข้าตาจะทำให้แสบตา ไอน้ำและไอหัวหอมเล็ก ช่วยให้น้ำมูกหายข้น เป็นเหตุให้จมูกโล่ง ในช่วงที่เด็กนอนหลับ ให้เอาหัวหอมเล็กทุบพอแตก ห่อผ้าบาง ๆ เพียงชั้นเดียววางไว้ตามจุดต่าง ๆ ตรงหัวนอน เพื่อให้ไอระเหยของหัวหอมเข้าจมูก อย่าวางหัวหอมใกล้จมูกเด็กเกินไป จะทำให้แสบจมูกได้
สำหรับสมุนไพรที่ชาวบ้านนิยมใช้รักษาหัดคือ สะตือ หรือประดู่ขาว ใช้ทั้งต้นทั้งราก อย่างละ 1 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5 – 10 นาที กินครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น และเอาน้ำอาบด้วย เขาบอกว่ายาขนานนี้ป้องกันหัดหลบลงลำใส้ที่ทำให้ท้องเดิน และป้องกันหัดหลบลงปอดทำให้หอบได้
สมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ ใบมะพร้าว อ่อนหรือแก่ก็ได้ มัดให้ได้ 1 กำ ทุบให้แตก นำมาแช่กับน้ำธรรมดา ใส่น้ำพอท่วมยา ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที ให้น้ำออกเป็นสีเหลืองแล้วนำมาดื่มวันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าเด็กอายุ 7 – 8 ขวบกินครั้งละ 1 ถ้วยชา ยาจะกระทุ้งตุ่มออกหมด กินยาไป 3 วันจะเห็นว่าตุ่มยุบจนหายหมด เป็นยาที่ใช้ได้ผลดีมาก
อีกขนานหนึ่งคือ ใช้ผงชะเอมเทศ ผสมน้ำผึ้ง ป้ายลิ้นให้เด็กกินทีละน้อย แต่ให้กินบ่อย ๆ หรืออาจลองใช้ใบสะเดาที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไปสัก 5 ใบ เมล็ดยี่หร่า ครึ่งช้อนชาชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ให้เด็กดื่มตอนอุ่น ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น
เลือดกำเดาไหล ใช้ ใบพลู 1 ใบ มาม้วนเหมือนบุหรี่ ขยี้ปลายข้างหนึ่งให้ช้ำ อุดเข้าไปในจมูกข้างที่มีเลือดไหลให้แน่น เวลาอุดยาจะรู้สึกร้อน ๆ ฉุน สักครู่เดียวเลือดก็หยุดไหล ใบพลูช่วยได้เพราะมีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้เส้นเลือดหดตัวช่วยห้ามเลือดได้ และการใช้ใบพลูอุดแผลก็ทำให้เลือดที่ปากแผลแข็งตัวหยุดไหลไปเอง
สมุนไพรที่ใช้แก้เลือดกำเดาไหลที่ได้ผลดีมีอีกหลายชนิดได้แก่
หัวหอม หญ้าแพรก ดอกทับทิมที่ยังอ่อน ๆ
เปลือกเม็ดมะม่วง
โดยสมุนไพรเหล่านี้เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งตำแล้วคั้นเอาน้ำมาหยดใส่รูจมูกสัก 2 – 3 หยด จะช่วยให้เลือดหยุดได้สำหรับเด็กที่เลือดกำเดาไหลบ่อย ขอแนะนำให้เอา
รากต้นฝรั่ง
1 กำมือ ล้างให้สะอาดใส่น้ำให้ท่วมยาต้มพอให้ยาสุก กินวันละ 3 – 4 ครั้ง ๆ ละ 1 แก้ว เคยใช้รักษาได้ผลดีมาแล้ว ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรให้เด็กกินฝรั่งสุกด้วยเพื่อเพิ่มวิตามินซี นอกจากนี้ควรให้ลูกรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม สับปะรด เป็นประจำ อาจทำให้ลูกมีเลือดกำเดาออกน้อยลงหรือหายไปได้
หอบหืด
สมุนไพรรักษาอาหารหอบหืดที่น่าสนใจคือ หนุมานประสานกาย เพราะมีผู้ที่เคยใช้ได้ผลดีมาแล้ว โดยเล่าให้ฟังว่า ตอนบุตรชายอายุได้ 5 ปี เริ่มเป็นหืด มีเสมหะติดคอบ่อย ๆ บางครั้งหอบจนต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องกินยาขับเสมหะและขยายหลอดลมเป็นประจำ ได้ใช้ใบหนุมานประสานกาย 7 ช่อ ใส่น้ำ 2 ถ้วยต้มให้เหลือ 1 ถ้วย กินครั้งละ ? ถ้วย วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ก่อนอาหาร 15 นาที ประมาณ 2 เดือน อาการหอบหืดของบุตรชายหายไป ไม่ต้องกินยาอะไรอีกเลย ทุกวันนี้เวลาบุตรชายเริ่มมีอาการหวัดก็ต้มยาให้กินอาการหวัดก็หายไป ไม่ต้องพึ่งยาฝรั่งอีกเลย
มียาตำรับง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลดีอีกตำรับหนึ่งคือ
ใช้หัวหอมแดง
ตำคั้นเอาน้ำ 2 ช้อนชา ผสมกับ
เหง้าขิงแก่
สดตำคั้นเอาแต่น้ำ 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว
และน้ำคั้นจาก
กระเทียม
อย่างละ ? – 1 ช้อนชา เติม
น้ำผึ้ง
พอหวาน ดื่มวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า – เย็น
เด็กเล็กบางคนอาจไม่ชอบกลิ่นกระเทียมก็ไม่ต้องผสมน้ำกระเทียมก็ได้
ถ้าเด็กมีอาการไอมีเสมหะ ตำรับสมุนไพรแก้ไอที่ง่าย ๆ ก็คือ ใช้น้ำคั้นจาก
กะเพรา
สด (ถ้าได้กะเพราแดงจะดีมาก) หรือน้ำคั้นจาก
ใบเสนียด
หรือทั้งสองอย่างผสมกัน แล้วผสมกับน้ำผึ้ง ให้เด็กจิบกินบ่อย ๆ
หรือลองใช้ขิงแก่สดปอกเปลือก ล้างให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วคั้นเอาแต่น้ำ 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง กินวันละ 3 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหาร กินติดต่อกัน 7 วัน
ยาอีกสูตรหนึ่งที่เป็นยาแก้ไข แก้แพ้อากาศและเป็นยาบำรุงระบบหายใจที่ดีโดยเฉพาะสำหรับคุณหนู ๆ ก็คือ
นมต้มกับผงขมิ้น
โดยใช้นมหนึ่งแก้วเติมน้ำหนึ่งแก้ว
ผงขมิ้น
1 ช้อนชา
ผงยี่หร่า
พริกไทยดำอบเชยและขิงแห้งเล็กน้อย ต้มโดยใช้ไฟอ่อนจนเหลือปริมาณนมหนึ่งแก้วแล้วกรองเอาแต่น้ำนมเติมน้ำตาลเล็กน้อย ให้เด็กดื่มตอนอุ่น ๆ ก่อนนอนติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์
ถ้าไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ ให้ใช้ใบอ่อนของต้นเสนียด 2 – 3 ใบ ต้มกับน้ำ 1 แก้ว ต้มโดยใช้ไฟอ่อนจนเหลือน้ำครึ่งแก้ว ให้ดื่มตอนเช้าวันละ 1 ครั้ง นาน 1 สัปดาห์
ยาแก้ไอแห้ง ๆ อีกขนานหนึ่งเป็นยากวนคล้าย ๆ ขนมกวนเหมาะสำหรับเด็ก เป็นทั้งยาแก้ไอและยาบำรุงในตัว ทำจากดอกดีปลี 1 ส่วน ลูกเกดสีดำ 2 ส่วนและน้ำตาลกรวด 3 ส่วน โดยบดดอกดีปลีให้เป็นผงละเอียดผสมกับลูกเกดบดละเอียดเคี่ยวรวมกับน้ำตาลกรวดโดยใช้ไฟอ่อนเคี่ยวจนเหนียวข้นแล้วยกลง ตักใส่โหลแก้วสะอาดปิดฝาให้ดี แล้วให้กินครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา วันละ 1 ครั้งตอนท้องว่าง
ขนานที่ 1 ใช้ดอกกานพลู 1 ดอกทุบพอช้ำ ใส่ในน้ำที่ใช้ชงนมประมาณ 1 ขวดน้ำปลา เอาน้ำนั้นมาชงนมให้เด็กดูดกิน
ขนานที่ 2 ใช้ใบพลู 4 – 5 ใบ มาอังไฟจนใบพลูอ่อนวางบนท้องเด็ก ขณะที่ยังอุ่นอยู่วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ พอใบพลูเย็นให้เปลี่ยนใบพลูทำแบบเดิมหลาย ๆ ครั้ง
ขนานที่ 3 ใช้น้ำมะกรูดผสมปูนแดงกินหมากให้เข้ากันพอเหลว ๆ ใช้ทาท้องเด็ก แต่อย่าให้ถูกสะดือ ระวังอย่าใช้ปูนแดงมากไป เพราะปูนแดงจะกัดผนังท้อง ทำให้แสบร้อน อาจลองทาข้อพับแขนตัวเองดูก่อนว่าข้นไปหรือไม่
เอาลูกบัวแกะไส้ในออก แต่ไม่ต้องเอาเมือกหุ้มออก บดให้ละเอียดผสมข้าวต้มให้เด็กอายุ 7 – 8 เดือนกินจะช่วยเจริญอาหารมากขึ้น เพราะเมล็ดบัวมีสรรพคุณบำรุงกระเพาะลำใส้ให้แข็งแรง ช่วยให้ระบบย่อยและการดูดซึมอาหารดีขึ้น
สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ลองใช้รากบัวมาปรุงอาหารดูบ้าง จะเอามาผัดหรือต้มกับซี่โครงหมูก็อร่อย เพราะรสหวานมันของรากบัวนั่นเอง น้ำซุปราดข้าวก็หอมชวนกิน หรือจะเอารากบัวมาต้มน้ำดื่มทั้งน้ำทั้งเนื้อก็น่าสนใจ รากบัวขึ้นชื่อว่าเป็นยาชูกำลังที่ดีมากตัวหนึ่ง
ส่วนยาต้มที่เหมาะสำหรับเด็กที่ผอมแห้งแรงน้อย ให้เอากะเพราแดงมา 5 ต้น ใส่น้ำท่วมยาต้มให้เดือด 5 นาที เติมน้ำตาลทรายแดงพอให้มีรสหวาน ให้เด็กกินวันละ 3 ครั้ง ๆ ละครึ่งแก้ว
หรืออาจลองใช้สูตรน้ำคั้นจากเหง้าขิงแก่และน้ำมะนาวอย่างละ ? ช้อนชา ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย กินก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้เด็กอยากอาหารมากขึ้น
วิธีที่ 1 เอาเม็ดมะขามแก่มาคั่วให้เกรียม และกะเทาะเปลือกออกนำเนื้อไปแช่น้ำเกลือจนนุ่ม ให้เด็กเคี้ยวกินครั้งละ 20 – 30 เม็ด กินง่าย เพราะเนื้อเม็ดมะขามมีรสมันคล้ายถั่ว หลังจากกินแล้ว 3 ชม. ให้กินยาระบายตามเพื่อขับพยาธิออก
วิธีที่ 2 คือใช้ยางมะละกอสด 1 ช้อนแกงผสมกับไข่ไก่ 1 ฟองตีให้เข้ากัน ทอดจนไข่สุกเหมือนทอดไข่เจียว ให้เด็กกินตอนเช้าก่อนอาหารประมาณ 2 ชม. กินเพียงครั้งเดียวให้หมดเลย ถ้าเด็กอายุน้อยกว่าให้ลดขนาดยาลง วิธีนี้เด็ก ๆ จะกินง่ายอร่อยไม่รู้สึกว่าได้กินยา ถ้าถ่ายครั้งแรกพยาธิยังไม่หลุดออกมาก็ไม่ต้องกังวลใจ พอถ่ายครั้งที่สอง พยาธิจะหลุดตามออกมาเอง
หรือใช้เม็ดมะละกอสุกสัก 7 เม็ด (ประมาณ 8 – 15 กรัม) ตากแห้งแล้วบดให้ละเอียด ให้เด็กกินกับน้ำอุ่นก่อนนอน กินติดต่อกันนาน 3 วัน หลังจากนั้นสิบห้าวันให้กินซ้ำอีกครั้ง
เริ่มจากใช้หัวขมิ้นชันที่นิยมเอามาทำแกงเหลือง มีขายตามตลาดสดเลือกเอามาสักก้อนเท่าหัวแม่มือ ตำรวมกับใบสะเดาแก่ เวลาตำอาจใส่น้ำเล็กน้อยเพื่อให้ตำง่ายขึ้น ที่สำคัญควรตำให้แหลกละเอียด ยิ่งละเอียดยิ่งดีจะทำให้นุ่มละมุนกับผิวเด็ก เอายาที่ตำจนแหลกดีแล้วมาทาหรือพอกบริเวณที่เป็น ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก
ทิ้งขมิ้นและสะเดาต่างก็มีสรรพคุณแก้ผื่นคันได้ดี
ถ้าเด็กเป็นผื่นคันทั่วตัวขอแนะนำให้ใช้ใบและเปลือกต้นสะเดาสัก 2 กำมือต้มกับน้ำให้เดือด ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเอามาให้เด็กแช่อาบ ให้อาบน้ำยานี้ทุกวันจนกว่าผื่นจะหาย
อีกตำรับหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ใช้หญ้าแพรกล้างให้สะอาด ตำให้แหลก แล้วเอามาทาและพอกบริเวณที่เป็นผื่นคัน หรือจะใช้ใบบัวบก ล้างสะอาดตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาตัวเด็กบ่อย ๆ ก็ได้เช่นกัน
ลมพิษเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย ลมพิษจะเกิดจากการที่เราแพ้อาหารหรือสารบางอย่าง เช่น สัตว์ทะเล อาหารใส่สี ผงฟู เหล้า เบียร์ หรือแมลงบางชนิดหรือเครื่องสำอางบางอย่าง เป็นต้น
มีสมุนไพรหลายชนิดที่บรรเทาอาการผื่นลมพิษได้ผลดี
เริ่มจากเอาใบพลูมากน้อยตามขนาดที่เป็น ตำให้ละเอียดแล้วเติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์ ถ้าไม่มีใช้น้ำก็ได้ เติมพอให้เหลวเอาน้ำยาที่ได้มาทาตรงบริเวณที่เป็นผื่น ทาทั้งกากไม่ต้องคั้นน้ำพอยาแห้งก็ทาใหม่ ทาจนผื่นหายหรือยุบดีขึ้น เมื่อทายาแล้วจะรู้สึกเย็น อาการคันบวกจะค่อย ๆ ยุบลง ถ้าหาใบพลูไม่ได้เอาใบช้าพลูแทนก็ได้ผลเช่นกัน
วิธีที่สอง ใช้ใบไผ่ชนิดใดก็ได้กับใบมะขามอย่างละเท่ากัน ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดประมาณ 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นจึงเอามาอาบวันละ 2 ครั้ง อาการผื่นคันจะค่อย ๆ ยุบหายไปเอง
วิธีที่สาม ให้เอาใบเสลดพังพอนตัวเมียกับดินสอพองนำมาตำผสมกัน เติมน้ำเล็กน้อย ทาแก้ลมพิษหรือจะเอาใบเสลดพังพอนมาตำผสมกับเหล้าทาตัวก็ได้เช่นกัน
สมุนไพรที่ใช้รักษาอีสุกอีใสได้ดีคือต้นเสลดพังพอนตัวเมีย หรือมีชื่อหนึ่งว่าพญายอ เพียงแต่เด็ดใบเสลดพังพอนตัวเมียมาล้างให้สะอาด นำมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำดินสอพองทาตุ่มสุกใส ทาบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการคันและทำให้ตุ่มแผลแห้งเร็ว ลดอาการบวมแดงของตุ่มได้ดี ช่วยให้เด็กไม่มาแกะเกาตุ่มจนกลายเป็นแผลเป็น
ปัจจุบันนี้สะดวกขึ้นเพราะมีผู้ทำเป็นยาบรรจุเสร็จเป็นยาคาลาไมล์
เสลดพังพอนใช้ทาอีสุกอีใสได้ผลดีมาก พอตุ่มใสขึ้นก็แต้มยาลงไป ตุ่มจะฝ่อไม่แตกอักเสบเป็นหนอง ทาแล้วเย็นสบายหายคัน เด็กหลับได้ดี
หากใครหาใบเสลดพังพอนไม่ได้ขอแนะนำให้เอาใบมะยมกลางอ่อนกลางแก่ 2 – 3 กำมือ ใส่น้ำ 2 – 3 ลิตร ต้มให้เดือดนาน 20 นาที ยกลงผสมน้ำเย็นให้อุ่นพออาบได้ อาบวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น หลังอาบน้ำอาการค่อยทุเลาและหายเป็นปกติใน 3 วัน
สมุนไพรที่ช่วยลดอาการอักเสบของฝีและช่วยให้ฝีแตกเร็วขึ้น มีหลายขนานที่น่าสนใจ คือ
ขนานที่ 1 ใช้หัวว่านมหากาฬ ตำพอกหรือฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ 2 – 4 ครั้ง
ขนานที่ 2 ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมีย ตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าพอให้เหนียวข้น พอกที่หัวฝี เปลี่ยนยาวันละ 2 – 4 ครั้ง
ขนานที่ 3 ใช้ต้นเหงือกปลาหมอสด ตำให้ละเอียดพอกฝี ดับพิษฝี เปลี่ยนยาวันละ 2 – 3 ครั้ง
ขนานที่ 4 ให้ต้นเทียนดอกทั้งต้น (รากไม่ใช้) 1 ต้น ตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ 2- 4 ครั้ง
ขนานที่ 5 ใช้ใบลำโพงตำพอก เปลี่ยนยาวันละ 2 – 4 ครั้ง
ขนานที่ 6 เอาเนื้อลูกมะละกอดิบ ตำให้แหลกพอกบนหัวฝี หาผ้าปิดไว้เปลี่ยนยาวันละ 2 – 3 ครั้ง ยานี้ช่วยให้ฝีแตกไวเมื่อเป็นฝีอย่าบีบหัวฝี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าขึ้นตรงกลางใบหน้า
